การอ่านหนังสือให้ได้ผลสูงสุด

4 แบบแนวทางการอ่านหนังสือให้ได้ผลสูงสุด

การอ่านหนังสือให้ได้ผลสูงสุด

การอ่านหนังสือสำหรับเหล่านักเรียนและนักศึกษาในบางครั้งก็นำพาความยุ่งยากมาให้ ยิ่งตัวเราไม่มีเทคนิคในการอ่านก็จะทำให้ความเร็วในการอ่านลดน้อยลง แถมยังอาจจะทำให้สิ่งที่อ่านไปไม่เข้าหัวอีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจึงมาพร้อมกับ 4 เทคนิคแนวทางการอ่านหนังสือที่ถ้าทำได้สอบผ่านแน่นอน! จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย…

จดเป็น Mind map สรุปในหน้าเดียว

คงจะดีไม่น้อยถ้าหากว่าเราสามารถย่อเนื้อหาจากบทละหลายๆ หน้าให้เหลือแค่หน้าเดียวได้ ในวันนี้เราก็มีวิธีการการจดเลคเชอร์ที่ได้ผลดีด้วยการจดแบบเป็น Mind Map ซึ่งการจดแบบ Mind Map เองก็แบ่งออกได้เป็นอีกหลากหลายรูปแบบตามแต่ที่เราถนัด

ทั้งนี้การจดเลคเชอร์แบบ Mind Map มีจุดเด่นสำคัญอยู่ตรงที่สามารถสรุปเนื้อหาใน 1 บทให้อยู่ในหน้าเดียวได้หรืออาจจะสรุปเนื้อหาที่เรียนทั้งเทอมลงไปบนกระดาษแผ่นเดียวได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชอบของแต่ละคนว่าชอบสรุปแบบไหนเพราะแนวทางการเขียน Mind Map เองก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ

จดด้วยการใช้ปากกาสีเน้นจุดสำคัญ

การใช้ปากกาสีเน้นตรงส่วนที่สำคัญจริงๆ จะทำให้การอ่านหนังสือเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะคนเราจะเลือกจดจำที่สีเป็นหลักดังนั้นการเลือกใช้สีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่างการใช้สีต่างๆ เช่น การเลือกใช้สีแดงเพื่อเน้นตรงจุดสำคัญหรือคำที่เป็น Keywords ของเรื่องจริงๆ นอกจากนี้การใช้ปากกาเน้นข้อความในการเน้นคำก็ถือว่าเป็นทางเลือกในการใช้สีได้ดี เนื่องจากปัจจุบันปากกาเน้นข้อความมีอยู่หลายสีให้เลือกใช้นั่นเอง

รีบจดให้ไว หลังจากนั้นค่อยไปทำเป็นสรุปเพิ่มอีกเล่นหนึ่ง

หลายๆ คนอาจจะประสบปัญหาจดเลคเชอร์ไม่ทันอาจารย์ เนื่องจากพวกคุณเลือกที่จะประณีตและพิถีพิถันในการจด ทางเราก็ขอออกตัวบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าการจดเลคเชอร์ให้สวยไม่ใช่ความผิดอะไร แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าหากเรารีบๆ จดแล้วค่อยไปทำเป็นเลคเชอร์สวยๆ ทีหลัง เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาแล้วคุณยังมีโอกาสได้อ่านหนังสือซ้ำอีกรอบหนึ่งระหว่างที่ทำการสรุปแบบสวยๆ เพิ่มอีกเล่นหนึ่ง ข้อดีอีกอย่างของการทำเลคเชอร์เพิ่มก็คือเราจะได้อ่านสรุปที่รู้เรื่องและน่าอ่านด้วยลายมือของเราเอง

ตรงจุดสำคัญให้จำเป็นโคลงกลอนหรือเพลง

หลายๆ คนคงเคยได้ยินว่าคนเรามักจะจดจำอะไรต่างๆ ได้จากเพลงที่ฟังหรือเพลงที่ร้อง เพราะฉะนั้นหากเรานำสิ่งที่จำเป็นต้องจำจริงๆ มาเรียบเรียงเป็นบทเพลง ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากหากเราอ่าน ท่องจำและร้องจนสามารถจำสิ่งนั้นได้ ทั้งนี้คุณอาจจะใช้ปากกาสีๆ เขียนเอาไว้เพื่อเป็นการเน้นข้อความด้วยอีกทางหนึ่ง

Related Post

เทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทกับการเรียนในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทกับการเรียนในยุคปัจจุบัน

บทบาทของเทคโนโลยีกับการศึกษาในยุคปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังค่อยๆ เติบโตและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาและก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย โดยหนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องของการศึกษาและการเล่าเรียนของเด็กในยุคสมัยนี้ที่มีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากเช่นกัน โดยในปัจจุบันก็จะมีเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามามากยิ่งขึ้นเพื่อให้การศึกษาของผู้เรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Augmented Reality (AR) เป็นการทำให้ภาพสิ่งของหรือวัตถุลอยออกมาผ่านทางจอภาพหรือแว่นตา เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นภาพสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเหมือนกับว่าได้เดินทางหรือสัมผัสสิ่งนั้นด้วยตนเอง โดยสิ่งของที่เป็น AR มักจะเป็นสิ่งของประเภทโมเดล 3 มิติ ข้อมูลหรือภาพทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงข้อความเสียงต่างๆ ซึ่งการเรียนโดยการใช้ AR ก็จะช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าถึงข้อมูลรวมถึงภาพต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยที่ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องออกจากห้องเรียนเพียงแค่มีอุปกรณ์ AR ก็สามารถเข้าถึงได้ Virtual reality (VR) เป็นการใช้แว่นตาเพื่อเข้าไปสู่โลกเสมือนจริงอีกโลกหนึ่ง โดยในโลกที่ฉายออกมาทางแว่นตาก็จะเป็นอีกโลกหนึ่งที่คุณสามารถค้นหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือเข้าห้องเรียนได้โดยที่ตัวผู้เรียนยังอยู่ที่บ้าน

Education

O-NET คืออะไร ทำไมถึงต้องสอบ?O-NET คืออะไร ทำไมถึงต้องสอบ?

O-NET

O-NET นั้นหากให้อธิบายคร่าวๆ ก็คงสามารถบอกได้ว่ามันก็คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน  เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยวัตถุประสงค์ที่ต้องมีการจัดสอบ O-NET นั้นเนื่องมาจากเหตุผล ดังต่อไปนี้ เพื่อทดสอบความรู้และความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการจบการศึกษา  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชาติ เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น

Education