พาเลท

ลดต้นทุน – เพิ่มประสิทธิภาพให้โลจิสติกส์ด้วย “พาเลท”

พาเลท

ระบบโลจิสติกส์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าจำนวนมากไปยังผู้บริโภค นอกจากจะต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสายงานและมีเครื่องจักรสุดทันสมัยแล้ว ยังมีสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ พาเลท (Pallet) เครื่องทุ่นแรงชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ขนส่งสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พาเลทสำคัญแค่ไหนกับโลจิสติกส์

พาเลท คือแท่นวางสินค้ารูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สำหรับวางของจำนวนมากที่นิยมใช้กันในระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเก็บสินค้าจากโรงงานต้นทาง การขนส่งระหว่างทาง ตลอดจนการถ่ายเทสินค้าสู่ปลายทาง หรือถ้าจะให้อธิบายแบบเห็นภาพมากขึ้น มันก็คือแท่นสี่เหลี่ยมที่ใช้วางของค้าส่งแบบยกแพ็คหรือยกลังที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในห้างแม็คโครนั่นเอง

โดยรอบพาเลทจะมีช่องให้แขนของรถยก (Fork Lift) สามารถสอดเข้าไปยกพาเลทขึ้นมาได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งของ มันจึงมีความสำคัญมากกับระบบโลจิสติกส์ เพราะทำให้ได้ปริมาณงานมากขึ้นในเวลาที่สั้นลง สร้างความสะดวกสบายให้การทำงาน ลดงบประมาณการจ้างคนขนถ่ายสินค้า และประหยัดเวลาในการขนส่งแต่ละครั้งด้วย ถือเป็นการลดต้นทุนที่ครอบคลุมรอบด้าน

ประเภทของพาเลท

พาเลทไม้

พาเลทแบบดั้งเดิมที่ยังคงใช้กันมาถึงปัจจุบัน เพราะราคาถูก ทำใช้เองได้ไม่ยาก ซ่อมแซมง่าย ทนทาน และนำกลับมาดัดแปลงใช้ซ้ำได้หลายครั้ง แต่หากใช้ไปนาน ๆ อาจมีปัญหาเรื่องเชื้อราหรือแมลง เช่น ปลวก มอดรูเข็ม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สินค้าในพาเลทเกิดความเสียหาย และอาจมีปัญหาหากต้องขนส่งระหว่างประเทศ เพราะเชื้อราหรือแมลงคือเอเลียน สปีชีส์ บางประเทศอาจไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ แต่ถ้าต้องการใช้จริง ๆ และไม่อยากมีปัญหากับการขนส่งระหว่างประเทศ ควรเลือกใช้วัสดุไม้ที่ได้มาตรฐาน IPPC เพื่อการันตีว่าพาเลทไม้นั้นผ่านการมยาและอบความร้อนมาแล้ว

พาเลทพลาสติก

เป็นประเภทที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในตอนนี้ เพราะมีอายุการใช้งานและความทนทานสูงกว่าพาเลทไม้ แต่น้ำหนักเบากว่า และราคาไม่สูงมาก อีกทั้งไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเชื้อราหรือแมลง ขนส่งสินค้าไปได้ทุกที่ แต่เม็ดพลาสติกที่ใช้ผลิตจะมีหลากหลายเกรด จึงมีข้อจำกัดในเรื่องการรับน้ำหนักแตกต่างกันไป ผู้ใช้งานควรศึกษาให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ

พาเลทเหล็ก

มีความทนทานสูงกว่าพาเลททุกประเภท รับน้ำหนักได้มาก และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด แต่คุณสมบัติที่เหนือกว่านั้นมาพร้อมกับน้ำหนักที่มาก และราคาสูงลิ่ว อุตสาหกรรมที่จะลงทุนกับพาเลทเหล็กจึงมักเป็นสินค้าราคาสูง เช่น รถยนต์ เครื่องจักร เป็นต้น

พาเลทกระดาษ

ถึงชื่อจะดูไม่ค่อยเหมาะกับการขนส่ง แต่พาเลทกระดาษก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีหลายบริษัทใช้กันอยู่ เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อราหรือแมลง น้ำหนักเบา ราคาไม่สูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับสินค้าน้ำหนักไม่มาก ชิ้นไม่ใหญ่ และเหมาะกับบริษัทที่ต้องการร่วมรักษ์โลกด้วย แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะถ้าโดนน้ำก็จะเสียหายได้ง่าย และส่วนใหญ่จะใช้ได้ครั้งเดียวหรือน้อยครั้ง

ขนาดมาตรฐานของพาเลทตาม ISO

  1. พาเลทยุโรป ขนาด 800 x 1,200  มม. 
  2. พาเลทยุโรป – เอเชีย ขนาด 1,000 x 1,200 มม.
  3. พาเลทอเมริกาเหนือ ขนาด 1,016 x 1,219 มม.
  4. พาเลทอเมริกาเหนือ – ยุโรป – เอเชีย ขนาด 1,067 x 1,067 มม.
  5. พาเลทเอเชีย ขนาด 1,100 x 1,100 มม.
  6. พาเลทออสเตรเลีย ขนาด 1,165 x 1,165 มม.

ประเภทและขนาดของพาเลทที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ประเภทสินค้า ขนาดโกดัง ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ ขนาดรถยก ต้นทุน คู่ค้า เงื่อนไขของประเทศปลายทาง เป็นต้น บริษัทใดที่จะลงทุนเลือกซื้อพาเลท ควรพิจารณาให้ครบถ้วนในทุกประเด็น เพื่อให้การลงทุนตอบโจทย์ระบบโลจิสติกส์ของคุณมากที่สุด

Related Post

3 ความสำคัญของ “อุปกรณ์อุตสาหกรรม” ที่ต้องมีในโรงงานอุตสาหกรรม3 ความสำคัญของ “อุปกรณ์อุตสาหกรรม” ที่ต้องมีในโรงงานอุตสาหกรรม

มอเตอร์เกียร์ทดรอบ

ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น  มีหลากหลายเครื่องมือในโรงงานอุตสาหกรรม   ที่เรามักจะเห็นกัน  ซี่งหลากหลายครั้งเรามักจะสงสัยกันในหลาย ๆ อุปกรณ์ ว่าแท้จริงแล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญจริงหรือไม่ อย่างเช่น มอเตอร์เกียร์ทดรอบ หรือ เครื่องวัดอื่น ๆ นั้นมีความสำคัญหรือไม่ ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะพูดถึง….ความสำคัญของ “อุปกรณ์อุตสาหกรรม” ที่ต้องมีในโรงงานอุตสาหกรรม  ที่หลายคนยังไม่รู้นะครับ   เพื่อประโยชน์ของโรงงานอุตสาหกรรม   แน่นอนว่าสิ่งแรกที่สำคัญนั้นคือ ในเรื่องของ ผลประโยชน์ที่เราจะต้องคิดถึง โดยอุปกรณ์สำคัญ นั้นมีหลากหลายอาทิอุปกรณ์เช่น มอเตอร์เกียร์ทดรอบ ที่จะช่วยให้เป็นได้หลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะทดความเร็ว หรือ เพิ่มรอบความเร็วเพื่อใชประโยชน์ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ ซึ่งจะทำโรงงานอุตสาหกรรมนั้นมีได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ อย่างแน่นอน   เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  

Industrial

การเดินสายไฟภายในบ้าน รู้ไว้ว่าเราเหมาะกับการเดินสายไฟแบบไหนการเดินสายไฟภายในบ้าน รู้ไว้ว่าเราเหมาะกับการเดินสายไฟแบบไหน

รางสายไฟ

สิ่งที่มาพร้อมกับการสร้างบ้านนั้นคือ การตกแต่งภายนอก การตกแต่งภายใน และ อีกสิ่งที่สำคัญนั้นคือ การเดินสายไฟนั้นเอง ซึ่งการเดินสายไฟในปัจจุบันนั้นมีถึง 3 แบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไฟแบบลอยด้วยการตีกิ๊ฟ หรือการเดิสายสายไฟแบบฝังผนัง  หรือ การเดินสายด้วยรางสายไฟยึดผนัง ซึ่งทั้ง 3 แบบนั้นก็มีคนใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นก่อนที่เราจะเดินสายไฟ เรามาลองดูดีกว่านะครับ ว่าเราควรจะเลือกใช้การเดินสายไฟแบบไหน   การเดินสายไฟแบบลอย   หรือการ ติกิ๊ฟ ที่จะทำให้การเดินสายไฟนั้นเป็นเรื่องง่าย ๆ เพราะจะเป็นการเดินสายไฟไว้กับที่กำแพพงบ้านทันที และตีกิ๊ฟเพื่อเก็บความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งการเดินสยไฟแบบนี้มีข้อดีนั้นคือ เราสามารถตรวจสอบได้ทันทีเมื่อสายไฟเกิดความเสียหาย และ สามารถเปลี่ยนได้ทันที โดยที่ไม่ต้องรื้อบ้านใหม่

Industrial

รู้จักกับ “auto drain” หนึ่งในอุปกรณ์ที่จะทำให้ลมของเราสะอาดมากยิ่งขึ้นรู้จักกับ “auto drain” หนึ่งในอุปกรณ์ที่จะทำให้ลมของเราสะอาดมากยิ่งขึ้น

auto drain

โดยปกติแล้วการทำลมอัดแรงดันสูงนั้นจะไม่ใช่ลมสะอาดที่ไม่สามารถใช้งานได้แบบเต็ม 100 % ดังนั้นการที่จะทำให้ลมของเราสะอาดมากยิ่งขึ้นเพื่อใช้ในระบบบนิวเมติกส์นั้นชุด auto drain เพื่อให้ได้ลมที่ดีในการใช้งานได้มากขึ้น ซึ่งปกติแล้วการซื้อชุด auto drainส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งมากับให้ทำงานควบคู่กับชุดกรองลมดักน้ำ  เหตุผลที่เราจะต้องใช้ auto drain นั้นก็เพราะว้าปกติแล้วระบบเมติกส์นั้นของเรานั้นจะมีไอน้ำสะสมและจะถูกกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำ และจะทำให้ระบบการทำงานเมติกส์ของเรานั้นอาจจะทำงานผิดพลาดได้มากขึ้นนั้นเอง auto drain ทำงานอย่างไร หากพูดภาษาแบบเป็นทางการอาจจะเข้าใจยากเกินไป แต่จะขออธิบายแบบง่าย ๆ นะครับ การทำงาน auto drain แบบลูกลอยนั้นจะมีลูกลอยหนึ่งลูกซี่งถ้าหากอยู่ในสถาณะปกตินั้นลูกลอยจะทำหน้าที่คอยปิดวาล์วไว้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ความชื้นในระบบของเรานั้นมีมากขึ้นจนทำให้ไอน้ำกลั่นตัวเข้ามาในระบบบเยอะเกินไป ลูกลอยนั้นจะลอยตัวขึ้นไปสูงเพื่อไปเปิดวาล์วของระบบ auto drain

Industrial